การดูแลชุดนักเรียน

การดูแลชุดนักเรียน

:: การดูแลชุดนักเรียน ::

        สำหรับ เสื้อนักเรียนผ้าโทเร – คอตต้อน สีขาว / กางเกงนักเรียน และ กระโปรงนักเรียนทั่วไป / ชุดลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด

 machinewashwarm ซักด้วยเครื่องรอบปกติที่อุณหภูมิไม่เกิน
40 องศาเซลเซียส
Machine wash, warm
(not exceed 40 ?C),
Rinse and spin on regular cycleแยกซักจากผ้าสีอื่น (ควรแยกผ้าขาวออกจากผ้าสี)
With similar colors
 iron รีดด้วยอุณหภูมิปานกลาง
Iron, steam or dry, with medium heat
 donotbeach ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว
Do not bleach
 tunbledry ปั่นแห้ง
Tumble dry, Normal

ข้อควรระวัง ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว สำหรับเสื้อนักเรียนที่มีการปักแล้ว เนื่องจากจะทำให้สีของไหมปัก เช่น สีแดง หรือน้ำเงิน หลุดเปื้อนเสื้อได้

:: การดูแลเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ::

        เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายจะใช้ได้ทนทานและอยู่ในสภาพดีนั้น ผู้สวมใส่จะต้องรู้จักดูแลรักษาให้ถูกวิธีตามหลักการ ดังนี้
        1. ขณะสวมเสื้อผ้าต้องระมัดระวังไม่ให้เปรอะเปื้อนและการถูกของแหลมคมเกี่ยว
        2. เมื่อถอดเสื้อควรแขวนไว้กับไม้แขวนเสื้อ ไม่ควรแขวนไว้บนตะขอหรือตะปูเพราะจะทำให้เสื้อเสียรูปทรงและฉีกขาดได้ง่าย
        3. ในกระเป๋าเสื้อ ไม่ควรใส่ของที่หนักมาก เพราะจะทำให้กระเป๋าเสื้อเสียรูปทรงและฉีกขาดเร็ว
        4. เมื่อถอดเสื้อผ้าออกจากตัว ควรตรวจดูรอยเปื้อน ถ้าเสื้อถูกรอยเปื้อนให้รีบขจัดรอยเปื้อนในทันทีเพราะว่ารอยเปื้อนใหม่จะทำความสะอาดได้ง่ายกว่าปล่อยทิ้งไว้นาน
        5. หากพบว่าเสื้อผ้ามีส่วนที่ชำรุด ก่อนการนำไปทำความสะอาดควรซ่อมแซมให้เรียบร้อยเสียก่อน
        6. เสื้อผ้าที่สวมแล้วและเปียกเหงื่อ ควรแขวนไว้ให้หมดเหงื่อ ดีกว่าการนำผ้าที่ใช้แล้วถอดใส่ตระกล้าทันทีเพราะจะทำให้มีกลิ่นอับชื้นจากเหงื่อ ควรนำเสื้อผ้าที่ใช้แล้วแขวนในที่ที่ลมโกรก หรือแขวนผึ่งไว้ในที่อากาศปลอดโปร่งเพื่อให้เหงื่อแห้ง

:: การทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ::

        วิธีการทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้นเป็นสิ่งจำเป็น เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายจะสวยงาม คงสภาพได้ยาวนาน ถ้าเรารู้จักดูแลรักษา รู้จักใช้วัสดุเพื่อการซักฟอกอย่างถูกวิธี ดังนี้

วิธีการกำจัดรอยเปื้อน
        การลบรอยเปื้อนนั้นควรคำนึงถึงชนิดของผ้าเพราะว่าเสื้อผ้าบางชนิดเมื่อถูกสารเคมี อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหายหรือขาดได้ในขั้นแรกควรทดสอบกับผ้าส่วนที่อยู่ด้านในก่อน เช่น ตะเข็บ รอยพับ เมื่อแน่ใจว่าสารลบรอยเปื้อนที่ใช้ไม่ทำให้ผ้าเสียหายจงลงมือปฏิบัติลบรอยเปื้อนนั้น โดยการทำอย่างเบาๆ และใช้สารอย่างเจือจางหลายครั้งดีกว่าการทำครั้งเดียวและควรทำอย่างระมัดระวัง รอยเปื้อนที่พบเห็นกันอยู่บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน มีดังนี้

        1) รอยเปื้อนหมึกดำ ถ้าเป็นรอยเปื้อนใหม่ๆ ให้ขยี้ในน้ำผสมสารซักฟอก ถ้ายังมีรอยเปื้อนตกค้างอยู่ให้ใช้กรดออกซาลิกผสมน้ำ หรือใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยแช่เฉพาะส่วนที่เปื้อน บีบมะนาวลงไปให้ชุ่ม ทิ้งไว้ประมาณ ๒ นาทีและนำไปผึ่งแดดประมาณ ๓ ชั่วโมง แล้วจึงนำไปซักตามวิธีปกติ
        2) รอยเปื้อนลิปสติก เช็ดด้วยคาร์บอนเตตราคลอไรด์ โดยกลับเอาด้านในออกด้านล่างรองด้วยผ้าฝ้ายซึมน้ำได้ดีและเช็ดทางด้านผิด แล้วนำไปซัก ด้วยน้ำร้อนผสมผงซักฟอก
        3) รอยเปื้อนชา กาแฟ ถ้ารอยเปื้อนยังไม่แห้ง ให้นำแป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียวหรือแป้งฝุ่นโรยลงบนรอยเปื้อนเพื่อให้แป้งดูดซับรอยเปื้อนและทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้แปรงปัดแป้งออกแล้วนำไปซักด้วยสารซักฟอกตามปกติหรือถ้าเป็นผ้าไหมหรือขนสัตว์ให้เช็ดด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ก็ได้
        4) รอยเปื้อนเลือด ถ้าเป็นผ้าฝ้ายหรือลินินให้แช่น้ำ และใช้แอมโมเนียเจือจางเช็ดแล้วนำไปซัก หรือใช้แป้งมันผสมน้ำให้เข้มเหมือนแป้งเปียก ทาตรงส่วนรอยเปื้อน ทิ้งไว้ประมาณ ๔ ชั่วโมง แป้งมันจะทำหน้าที่ดูดซับรอบเปื้อน และนำไปซักตามปกติ
        5) รอยเปื้อนหมากฝรั่ง ให้ใช้น้ำแข็งถูให้หมากฝรั่งจับตัว และใช้สันมีดขูดออก แล้วเช็ดด้วยสารละลาย
เปอร์คลอโรเอทิลีนหรือคาร์บอนเตตราคลอไรด์ หรือสารละลายอื่น
        6) รอยเปื้อนน้ำผลไม้ กำจัดรอยเปื้อนด้วยสารฟอกขาวไฮเปอร์คลอไรด์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือแช่ในน้ำร้อนแล้วซักด้วยสารซักฟอกตามปกติ
        7) รอยเปื้อนน้ำมัน เช็ดออกด้วยเปอร์คลอโรเอทิลีนและซักในน้ำสบู่ หรือสารละลายอื่น หรือใช้ผ้าขนหนูหรือ
ผ้าฝ้ายที่ดูดซึมน้ำได้ดีรองด้านล่าง แล้วเทคาร์บอนเตตราคลอไรด์ลงไปที่รอยเปื้อนแล้วเช็ดด้วยสำลีหรือผ้าแห้ง และนำไปซักกับน้ำอุ่นที่ผมสารซักฟอก
        8) รอยเปื้อนไอศครีม ให้เช็ดออกด้วยแอลกอฮอล์หรือต้มในน้ำผสมสารละลายโซเดียมไทโอซัลเฟต หรือนำไปซักในน้ำอุ่นผสมด้วยผงซักฟอก ถ้ายังเช็ดไม่หมดให้ใช้คาร์บอนเตตราคลอไรด์
        9) รา ใช้ผงชอล์กละลายน้ำทิ้งไว้ แล้วนำไปซักโดยวิธีปกติ หรือเช็ดออกด้วยสารฟอกขาวไฮเปอร์คลอไรด์
        10) นม ครีม เช็ดออกด้วยสารฟอกขาวไฮเปอร์คลอไรด์ และซักในน้ำอุ่นผสมสารซักฟอก
        11) ยางผลไม้ ให้ใช้สารส้มถูบริเวณรอยเปื้อน และนำไปซักด้วยสารซักฟอก

:: การดูแลรักษาเครื่องประกอบการแต่งกาย ::

        เครื่องประกอบการแต่งกายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราสวมใส่เสื้อผ้าได้สวยงามยิ่งขึ้น จึงควรดูแลรักษาเพื่อช่วยให้อายุการใช้งานยาวนาน เครื่องประกอบการแต่งกายมีอยู่หลายชนิด ที่นิยมใช้กันทั่วไป มีดังนี้

รองเท้าหนัง มีวิธีการดูแลรักษาดังนี้
        1. ทำความสะอาดรองเท้าที่สวมใส่ โดยปัดฝุ่นหลังการใช้งานทุกครั้ง และวางผึ่งลมไว้ให้กลิ่นเหงื่อแห้ง
และจัดเก็บเข้าที่
        2. ถ้ารองเท้าเปื้อนโคลนต้องทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจึงค่อยแกะออก และเช็ดด้วยผ้าชื้น ทิ้งไว้ให้แห้ง
        3. ระวังอย่าให้รองเท้าเปียกน้ำ เพราะว่าจะทำให้หนังเสื่อมคุณภาพ ถ้าเป็นรองเท้าหุ้มส้นควรระมัดระวังส้นเสียรูปไม่เหยียบทับส้น
        4.ขัดรองเท้าด้วยน้ำยาขัดและนำไปตากแดดทุกสัปดาห์

รองเท้าผ้าใบ เป็นรองเท้าที่นิยมใช้กันทั่วไป มีหลายรูปแบบและมีหลากสีให้เลือกใช้ เช่นรองเท้าเล่นกีฬา รองเท้าใส่ไปเที่ยว รองเท้านักเรียน เป็นต้น มีหลักการดูแลรักษา ดังนี้
        1. เมื่อใช้แล้ววางผึ่งไว้ให้กลิ่นเหงื่อแห้ง ไม่จักเก็บในขณะชื้น เพราะจะทำให้มีกลิ่นอับ
        2. ถ้ารองเท้าเปื้อนโคลน ควรทิ้งไว้ให้แห้ง แกะโคลนออกแล้วนำไปซักในน้ำผสมสารซักฟอก ขัดด้วยแปรง
        3. ทำความสะอาดทุกสัปดาห์ด้วยน้ำผสมสารซักฟอกและใช้แปรงขนอ่อนขัดให้ทั่ว
        4. นำรองเท้าที่ซักไปตากแดด โดยใช้กระดาษทิชชูสีขาวปิดทับรองเท้าให้ทั่ว เพื่อป้องกันการเป็นรอยด่าง

เข็มขัด มีวิธีการดูแลรักษาดังนี้
        1. เมื่อใช้แล้วให้เก็บโดยแขวนตรงส่วนหัวเข็มขัดกับตะขอแขวนไม่ควรวางสายเข็มขัดพาดกับราว หรือเกี่ยวสายเข็มขัดกับตะขอ ซึ่งจะทำให้เข็มขัดเสียรูปทรง
        2. ถ้าเป็นเข็มขัดหนัง ให้ใช้แปรงปัดฝุ่น และขัดด้วยน้ำยาขัดเป็นครั้งคราว
        3. ถ้าเป็นเข็มขัดผ้าใบ ควรนำไปซักและตากให้แห้ง ม้วนเก็บในถุงพลาสติก จะทำให้สีไม่ซีด ไม่เก่าเร็ว

No comments